SBOCLUBS เว็บหวยออนไลน์ครบวงจร | แทงหวยมือถือ จ่ายเร็ว ไม่มีอั้นเลข
วันที่ 10 มิถุนายน 2568 เวลา 17.00 น. บรรยากาศที่จังหวัดสุรินทร์เต็มไปด้วยความอบอุ่นและพลังน้ำใจ เมื่อ “บัวขาว บัญชาเมฆ” พร้อมด้วยแฟนคลับจำนวนมาก ร่วมต้อนรับ “บิณฑ์-เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ท็อป-ไทด์ แฝดนักบุญ” ซึ่งกำลังวิ่งระดมทุนเพื่อสร้าง “บ้านสุขสุดท้าย” หลังที่ 2 สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีญาติพึ่งพิง
โครงการ “สัญญาไม่ทอดทิ้งกัน” โดยนายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ มีเป้าหมายในการระดมทุนจัดสร้างบ้านพักและจัดหาอุปกรณ์จำเป็น เพื่อดูแลผู้สูงอายุที่ไร้ที่พึ่งอย่างมีศักดิ์ศรี โดยให้เข้าพักอาศัยฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมดูแลด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต
กิจกรรมวิ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2568 จากอนุสรณ์สถานแห่งชาติ มุ่งหน้าไปยังจังหวัดอุบลราชธานี ใช้เวลาประมาณ 45 วัน โดยมีพี่ชายฝาแฝด นายบิณฑ์ ร่วมกิจกรรมและปล่อยตัวนักวิ่งในทุกเส้นทาง
เมื่อทั้งสองมาถึงจังหวัดสุรินทร์ พิธีต้อนรับจัดขึ้นอย่างอบอุ่นที่หน้าศูนย์เอ็มจีสุรินทร์ ก่อนจะร่วมกันนั่งช้างไปกราบสักการะอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง เจ้าเมืองสุรินทร์คนแรก พร้อมขอพรให้ภารกิจผ่านพ้นด้วยดี
หนึ่งในไฮไลต์ที่เรียกเสียงฮือฮาจากทั้งสื่อและแฟนคลับ คือช่วงที่ “บัวขาว” และ “บิณฑ์” เสี่ยงเซียมซีที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุรินทร์ โดยทั้งสองได้เลขเดียวกันคือ “27” ทำเอาคอหวยตาลุกวาวทันที เพราะต่างเชื่อว่าอาจเป็นเลขนำโชคในงวดวันที่ 16 มิถุนายนนี้
นายบิณฑ์ยังเผยด้วยว่า เขาได้ขอพรให้แฟนคลับที่ติดตามชมไลฟ์สดได้รับโชคลาภ และขอให้เลขที่ได้จากเซียมซีไปตรงกับผลรางวัล ซึ่งเลข “27” ที่ได้ก็ตรงกับของบัวขาวแบบไม่มีผิดเพี้ยน
เหตุการณ์ในครั้งนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสีสันของกิจกรรมวิ่งการกุศล และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย ทั้งในด้านจิตอาสาและความเชื่อเรื่องโชคลาภ
วัดทับกระดาน จังหวัดสุพรรณบุรี คึกคักตั้งแต่เช้าตรู่เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2568 กับพิธีเปิดงานรำลึก “ราชินีลูกทุ่ง” พุ่มพวง ดวงจันทร์ ครบรอบปีที่ 33 โดยมีการเชิญอัฐิและดวงจิตแม่ผึ้งมาประดิษฐานในศาลาใหม่ พร้อมบรรยากาศสุดอบอุ่นจากแฟนเพลงทั่วสารทิศที่เดินทางมาร่วมแสดงความระลึกถึง และขอโชคขอลาภ
พิธีเริ่มต้นในเวลา 08.39 น. โดยมีพระอธิการประสงค์ คุณากโร เจ้าอาวาสวัดทับกระดาน เป็นผู้ประกอบพิธีบูชาพระรัตนตรัยและขอขมาหลวงพ่อบวช ตุลายโก อดีตเจ้าอาวาส จากนั้นจึงมีการเคลื่อนอัฐิของพุ่มพวงจากศาลเดิมมายังศาลาการเปรียญสุธรรมรัตราษฎร์บำรุง
ในพิธีมีนายไกรสร แสงอนันต์ อดีตสามีของพุ่มพวง และลูกเพชร พุ่มพวง บุตรชาย รวมถึงคณะกรรมการวัดและแฟนเพลงร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมเปิดบทเพลงดังของพุ่มพวง เช่น “สยามเมืองยิ้ม”, “ส้มตำ”, “ขอให้รวย” เพื่อสร้างบรรยากาศรำลึกอย่างสุดซาบซึ้ง
เมื่อเสร็จสิ้นพิธี มีการจุดประทัดเพื่อบอกกล่าวเจ้าที่และดวงวิญญาณของแม่ผึ้ง ท่ามกลางเสียงดังกึกก้องทั่วบริเวณวัดทับกระดาน โดย “ลูกเพชร” ได้นำพวงมาลัยมาถวายหน้าอัฐิแม่ พร้อมโชว์เลขหางประทัดที่จุดในพิธี ได้แก่ “791” และ “87” ซึ่งคอหวยที่เฝ้ารออยู่ต่างไม่พลาดรีบจดนำไปเสี่ยงโชคกันทันที
นายไกรสร แสงอนันต์ เผยความรู้สึกว่า งานในปีนี้ยังคงตื่นเต้นและอบอุ่นเหมือนทุกปี และลูกเพชรได้เสนอให้ย้ายอัฐิขึ้นศาลาใหม่ เพื่อให้ประชาชนเข้าไหว้บูชาได้อย่างใกล้ชิดและสะดวกยิ่งขึ้น โดยปีนี้จัดงานถึง 9 วัน 9 คืน ตั้งแต่วันที่ 8–16 มิถุนายน
เขายังเสริมว่า แม่ผึ้งเป็นที่รักของแฟนเพลง และเชื่อว่าท่านอยากเห็นทุกคนมีโชคลาภ มีเงินมีทอง และสามารถปลดหนี้ปลดสินได้จากความศรัทธา
ลูกเพชร พุ่มพวง กล่าวขอบคุณแฟนเพลงที่ยังรักและระลึกถึงแม่ผึ้งในทุกปี พร้อมระบุว่าในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ อาจจะมีเซอร์ไพรส์พิเศษมอบให้แฟน ๆ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยในตอนนี้ โดยเจ้าตัวยังยืนยันว่าจะมาร่วมงานทุกคืน เพื่อต้อนรับศิลปินลูกทุ่งจากทั่วประเทศ
คืนแรกของงานยังมีศิลปินชื่อดังร่วมแสดงมากมาย อาทิ สุรชาติ สมบัติเจริญ, จอย บียอน, เพ็ญนภา มุกดามาศ, เล้ง ศรันยกันย์ และอีกหลายคนที่พร้อมมอบความสุขผ่านเสียงเพลงแด่แม่ผึ้ง ราชินีลูกทุ่งผู้ยิ่งใหญ่
ก่อนหน้า 1 2 3 4 5 6 ถัดไป »